Home Audio: KEF

XQ-50C Centre Speaker

Quick Overview 

KEF XQ Series โดยได้ถูกออกแบบอย่างหรูหรา และอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงที่สามารถสัมผัสได้ โดยรุ่นนี้ เป็นแบบ 3 ทาง ลำโพงเซ็นเตอร์ ใช้กรวย Uni-Q ใหม่ล่าสุด อุปกรณ์ในส่วนของวงจรเน็ตเวิร์กเป็นชนิดคุณภาพสูงเพื่อให้สมกับเป็นรุ่น XQ Series ตัวตู้ก็ออกแบบมาอย่างสวยงามและประณีต ตอบสนองความถี่ 65Hz-55kHz ด้วย Sensitivity: 86dB (@ 1W/1M) Impedance : 8 Ohms พร้อม Magnetic Shielding

สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ
หากมีข้อสงสัยในตัวสินค้านี้ คุณสามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 0-2864-3141 หรือจะเลือกส่งคำถามผ่านแบบ ฟอร์มข้างล่างนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญของเราจะตอบคุณกลับไปอย่างเร็วที่สุด











สั่งสินค้ายังไง
Download:

ทางเรามีความยินดีที่จะนำเสนอสินค้านวตกรรมใหม่ล่าสุดจาก KEF XQ Series โดยได้ถูกออกแบบอย่างหรูหรา และอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงที่สามารถสัมผัสได้ โดยรุ่นนี้ เป็นแบบ 3 ทาง ลำโพงเซ็นเตอร์ ใช้กรวย Uni-Q ใหม่ล่าสุด อุปกรณ์ในส่วนของวงจรเน็ตเวิร์กเป็นชนิดคุณภาพสูงเพื่อให้สมกับเป็นรุ่น Reference Series ตัวตู้ก็ออกแบบมาอย่างสวยงามและประณีต ตอบสนองความถี่ 65Hz-55kHz ด้วย Sensitivity: 86dB (@ 1W/1M) Impedance : 8 Ohms พร้อม Magnetic Shielding

รุ่น XQ50c
ระบบลำโพง 3 ทาง  closed box
ขนาดไดร์เวอร์ 2 x 130 ม.ม.  (5.25 นิ้ว) LF, 130 ม.ม.  (5.25 นิ้ว) Uni-Q ขนาด 19 ม.ม.  (0.75 นิ้ว) อะลูมินั่มโดม HF
จุดแบ่งความถี่เสียง 475Hz, 2.4kHz
ความไว (2.83V/1เมตร) 86dB
ความถี่ตอบสนอง 65Hz - 55kHz
ให้ระดับเสียงได้สูงสุด 108dB
การป้องกันสนามแม่เหล็กรั่วไหล มี
ความต้านทาน 8 โอห์ม (min 3.2)
น้ำหนัก 10.3 กิโลกรัม
ขนาดตู้ (สูง x กว้าง x ลึก) 205 x 475 x 247 ม.ม.  (8.07 x 18.7 x 9.72 นิ้ว)
สี Khaya Mahogany หรือ Piano Black

สีเข้มมะฮอกกานี (Khaya Mahogany)

ออกสีน้ำตาลแดงเรื่อๆ ไม้นำเข้าคุณภาพสูงจากประเทศแอฟริกาและมาดากัสการ์ นิยมใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง

สีเปียโนแบล็ค (Piano Black)

สีดำ เงางาม สะท้อนแสงหรูหราทั้งตัว มีรสนิยม สุดคลาสสิคตลอดกาล นิยมใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง

Tangerine Waveguide

‘Tangerine Waveguide’ ติดตั้งอยู่ด้านหน้าตัวโดม เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนตัวของคลื่นเสียงให้มีสภาวะที่สมดุล ไม่ถูกมวลอากาศจากการเคลื่อนตัวของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ในขณะทำงานมารบกวน-ป่วนปั่น หรือทำหน้าที่จัดระเบียบคลื่นเสียงให้ไม่เกิดการตีรวนกันเอง และทำหน้าที่ป้องกันตัวโดมจากการถูกกระทบกระทั่งจากนิ้วมือไปด้วยในตัว

Uni-Q®

UNI-Q เป็นเครื่องหมายจดทะเบียนทางการค้าของ KEF ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมายาวนาน โดยแนวคิดนี้ได้ขจัดปัญหาที่เคยพบจากการแยกไดร์เวอร์เสียงกลางและเสียงสูงออกจากกันเหมือนลำโพงทั่วๆ ไปที่ออกแบบกันมา โดยดอกแหลมฝังอยู่ในดอกกลางทุ้ม เพื่อให้ทุกความถี่เสียงมาจากจุดกำเนิดเดียวกัน (Point Source) หรือกล่าวคือ ‘แค่จุดกำเนิดเสียงเดียว’ เท่านั้น นับเป็นครั้งแรกของโลกที่ได้ก่อให้เกิดตัวลำโพงในแบบ ‘single point source’ ซึ่งแวดวงนักออกแบบลำโพงต่างก็ยอมรับกันมานานแล้วว่า ตัวลำโพงในแบบ ‘point source’ นั้นสามารถให้ความสอดคล้องต้องกันของจินตภาพ (image) และสภาพเวทีเสียง (soundstage) รวมทั้งความกลมกลืนกันของเสียงได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่าระบบลำโพงแบบธรรมดาที่แยกการติดตั้งทวีตเตอร์และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ไว้ต่างหากจากกัน (แม้จะอยู่ใกล้ชิดติดกันก็ตาม) ในลักษณะระบบลำโพงแบบหลายทาง (2-ทางขึ้นไป) ด้วยข้อดีของ ‘UNI-Q’ จึงทำให้ได้มาซึ่งความกลมกลืนกันของเสียง รวมถึงความชัดเจนของจินตภาพและเวทีเสียงที่โดดเด่นกว่าระบบลำโพงธรรมดาทั่วไป โดยมิได้จำกัดบริเวณตำแหน่งนั่งฟังว่า จะต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างลำโพงซ้าย-ขวาเท่านั้น (นั่งขยับไปทางใดทางหนึ่งมากกว่ากันมิได้) จึงจะเป็น ‘sweet spot’ ที่เหมาะกับการรับฟังระบบเสียงสเตอริโอได้คุณภาพดีที่สุดอย่างเช่นแต่เดิมมา

Cabinets

โครงสร้างตัวตู้ถูกขึ้นรูปจากวัสดุ MDF (Medium Density Fiberboard) ที่ให้ค่าความแกร่งสูงทว่ามวลต่ำ โดยมีรูปทรงตัวตู้ที่มิได้เป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงๆ เช่นระบบลำโพงธรรมดาทั่วไป หากมีรูปทรงที่ถูกลบมุมจนโค้งมนละม้ายคล้าย ‘หยดน้ำ’ เมื่อมองจากด้านบน ผนังตัวตู้ด้านข้างจึงมีลักษณะเป็น ‘ทรงโค้ง’ เรียวเข้าหากันไปทางด้านท้ายตัวตู้ ทำให้ตัวตู้ลำโพง XQ Series นั้น ‘ไร้’ ซึ่งด้านขนาน อีกทั้งโครงสร้างภายในยังได้รับการเสริมด้วย ’วัสดุคาดโครง’ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวตู้โดยรวม ประโยชน์สำคัญในการมีตัวตู้ที่เป็นทรงโค้ง ซึ่งก่อผลดีกว่าทรงกล่องสี่เหลี่ยมก็คือว่า ลักษณะผิวพื้นที่เป็น ‘ทรงโค้ง’ จะมีค่าการรับแรงกดได้มากกว่าลักษณะผิวพื้นแนวตรง ด้วยการที่ลักษณะผิวพื้นทรงโค้งจะมีการกระจายตัวหรือเฉลี่ยแรงกดออกไปทางด้านข้างทั้งสองด้าน อีกทั้งการไร้ซึ่งด้านขนานนั้นยังช่วยให้ลดผลทาง ‘คลื่นสั่นค้าง’ (standing wave) ลงไปอย่างมากด้วย เพราะด้านที่ขนานกันจะส่งผลสะท้อนของคลื่นเสียงไป-มาไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเป็นผนังตู้ลำโพงด้วยแล้วก็จะทำให้ผนังตัวตู้นั้นแหละส่งเสียงแทรกซ้อนปนปลอมออกมาผสมกับคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาจากตัวลำโพง กลายเป็นอาการคัลเลอร์-เจือสีสันที่ยากต่อการแก้ไข คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะขาดความจริงแท้แห่งต้นฉบับเสียงไป

LF Drivers

ตัว LF Driver ได้มีการเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไป ซึ่งสามารถเพิ่มพลังเสียงเบส ทำให้มีเสียงที่ดียิ่งขึ้น มีพลังขับอันยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีที่สุดของ KEF

Reference Inspired Crossovers

ครอสโอเวอร์ได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ลดการสั่นสะเทือนของตัวตู้และแรงกดดันของเสียงอะคูสิคภายใน ผลที่ได้คือคุณภาพเสียงและไดนามิกเสียงที่มีประสิทธิภาพ ค่าความเพี้ยนต่ำ และอัตราตอบสนองที่ราบเรียบมาก



KEF:

      

KEF บริษัทผู้ผลิตระบบลำโพงชื่อดังของสหราชอาณาจักร ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1961 โดย Raymond Cooke (มรณะในปี ค.ศ.1996) ซึ่งในขณะนั้นใช้สถานที่ Nissen Hut ของ Kent Engineering & Foundry ริมฝั่งแม่น้ำ Medway ในเมือง Kent เป็นที่ตั้งบริษัท อันเป็นที่มาของชื่อ “KEF”

K1 เป็นผลงานแรกสุดด้วยการเป็นระบบลำโพงแบบ 3 ทางที่โดดเด่นมาก ใช้ตัวขับเสียงเบสส์และมิดเรนจ์ที่เป็นเนื้อพลาสติกโพลีสไตรีน (polystyrene) ขึ้นรูปในสูญญากาศ (vacuum-formed) โดยใช้แผ่นฟอยล์เป็นตัวช่วยเสริมความแข็งแรงของตัวกรวย (foil-stiffened) ส่วนทวีตเตอร์นั้นเป็น ไมล่าร์ (mylar) ตามมาด้วยรุ่น Celeste ที่เป็นระบบลำโพงแบบ bookshelf ที่ประสบความสำเร็จในยอดจำหน่าย จนสามารถขยายกิจการให้มั่นคงขึ้นได้

ด้วยความที่ Raymond Cooke ค่อนข้างจะสนิทสนมมีสายสัมพันธ์อันดีกับทาง BBC ในปี ค.ศ.1966 ทาง Raymond Cooke จึงได้ริเริ่มมองวัสดุใหม่มาใช้ทำเป็นส่วนประกอบตัวลำโพงอย่างเช่น Neoprene (ยางสังเคราะห์) มาใช้เป็นขอบรอบตัวลำโพง, Bextrene มาใช้เป็นตัวกรวยลำโพงจนโด่งดัง และรุ่นระบบลำโพงที่ได้รับอานิสงค์จนลือลั่นจัดเป็นลำโพงอมตะสุดคลาสสิคที่สุดของวงการ คือ LS3/5a นั่นเอง ที่ทำยอดขายรวมมากกว่า 2 ล้านตู้ (ไม่นับรวมเวอร์ชั่นพิเศษที่ออกจำหน่ายในปี 1997)

 

KEF โด่งดังและเป็นที่จดจำยิ่งขึ้นเมื่อได้รับรางวัลการส่งออกยอดเยี่ยมถึง 2 รางวัลเป็นครั้งแรก (The first of two Queen’s Awards for Export Achievement) เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1970 ต่อมาในปี ค.ศ.1973 ทาง KEF ได้ทำการออกรุ่นระบบลำโพงระดับอ้างอิง (Reference Series) เป็นครั้งแรกในรุ่น 104 ที่ต่อมาได้รับการยอมรับให้เป็นมาตราฐานระบบลำโพงมอนิเตอร์สำหรับการ ส่งกระจายเสียง และแล้วในปีค.ศ.1975 ทาง KEF ก็ได้รับรางวัลการส่งออกยอดเยี่ยมเป็นครั้งที่ 2 (A second Queen’s Awards for Export Achievement)

ในปี ค.ศ.1986 ระบบลำโพงระดับอ้างอิงรุ่นใหม่ 104/2 ของ KEF ก็โด่งดังอย่าง มากในวงการ รวมทั้งรุ่น 107 ที่พัฒนาระบบตัวตู้มาเป็นแบบ coupled-cavity ที่บรรจุตัวขับเสียงเบสส์อยู่ภายในตัวตู้ถึง 2 ตัวโดยมี “ห้องที่ 3” ทำหน้าที่ช่องเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน ยังผลให้คุณภาพเสียงเบสส์ที่ได้ดียิ่งขึ้นกว่าธรรมดา ต่อมาในปี ค.ศ.1988 ทาง KEF จึงได้เริ่มพัฒนาหลักการ UNI-Q นี้ขึ้นมาหลังจากที่เป็นโครงการในฝันมาช้านาน

แม้ว่า UNI-Q ของ KEF มองดูจากภายนอกจะละม้ายกับตัวลำโพงแบบร่วมแกน หรือ Co-axial ด้วยว่าตัวลำโพงทวีตเตอร์จะถูกฝังอยู่ในตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ เสมือนเป็นยูนิตเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงตัวลำโพง UNI-Q นี้จะเป็นแบบ Co-incident drive unit ที่มีสมรรถนะสูงกว่า Co-axial drive unit

 

 

 

เรา-ท่านอาจจะพอคุ้นชินกับตัวลำโพงแบบร่วมแกน หรือ Co-axial ที่จะมีตัวลำโพงทวีตเตอร์หรือ ตัวขับเสียงสูงถูกติดตั้งฝังอยู่ในแนวแกน “ใจกลาง” ตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์หรือตัวขับเสียงกลาง/ต่ำ ทำให้การทำงานของทั้งตัวขับเสียงสูงและตัวขับเสียงกลาง/ต่ำเสมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มิได้แบ่งแยกอย่างชัดเจนว่า นี่คือทวีตเตอร์ นั่นคือมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว ระบบการทำงานก็ยังคงเป็นแบบ 2 ทางจำเป็นต้องมีการใช้ครอสส์โอเวอร์จำกัดขอบเขตการทำงานระหว่างตัวขับเสียงสูงกับ ตัวขับเสียงกลาง/ต่ำอยู่นั่นเอง

ก็แล้วประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำงานของตัวลำโพงแบบร่วมแกนล่ะ เป็นอย่างไร แตกต่างจาก ระบบลำโพงแบบ 2 ทางธรรมดาทั่วไปมาก-น้อยขนาดไหน ทำไมต้องคิดค้นนำเอาทวีตเตอร์ไปฝังในแนว แกนใจกลางตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ให้มันยุ่งยาก

ขอให้มองย้อนไปที่ระบบลำโพง 2 ทางธรรมดาซึ่งบนแผงหน้าตัวตู้จะติดตั้งทวีตเตอร์และ มิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ไว้แยกต่างหากห่างจากกัน ด้วยระยะห่างนี้เองที่ทำให้ “ค่าเวลา” ของต้นกำเนิดสัญญาณเสียงจากทวีตเตอร์และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์เกิดความเหลื่อมล้ำกัน (time-shift) ยิ่งถ้าการออกแบบและคิดคำนวณได้ไม่ดีพอ สัญญาณเสียงที่รับฟังจะเกิดอาการวูบวาบ โย้ไปเย้มา ขาดความคมชัดทางด้านอิมเมจเสียง การรับฟังจะไม่มีความสมจริง หมดหนทางรับรู้ได้เป็นสามมิติ

หากเราสามารถร่นระยะความห่างของตัวขับเสียงสูงกับตัวขับเสียงกลาง/ต่ำให้แคบ ได้มากเท่าไหร่ ก็เท่ากับว่าเราจะสามารถลด time-shift ลงไปได้มากเท่านั้น ยิ่งหากเราเอาตัวขับเสียงสูงกับตัวขับเสียงกลาง/ต่ำให้มาแนบชิดสนิทกัน เสมือนเป็นตัวขับเดียวได้ ปัญหาดังกล่าวก็จะหมดไป หลักการนี้ก็เลยเป็นที่มาของตัวลำโพงแบบ Co-axial

อย่างไรก็ตามแม้จะพอมองเห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากหลักการ Co-axial อย่างเป็นรูปธรรม ทว่าก็ยังมีปัญหาติดขัดที่แก้ไขได้ยากในแง่ของเทคโนโลยีที่ยังไม่สามารถ ‘แยก’ การทำงานระหว่างตัวขับเสียงสูงกับตัวขับเสียงกลาง/ต่ำอย่างเป็นอิสระแท้จริงได้ ด้วยว่ายังคงต้องใช้ระบบแม่เหล็ก ร่วมกันอยู่ “จุดกำเนิดเสียง” ของตัวขับเสียงสูงจึงต้อง “ถอยหลัง” ลึกเข้าไปอยู่ในแกนกระบอกวอยซ์คอยล์ เพราะหาระบบแม่เหล็ก ที่มีความเข้มสูง ๆ แต่ขนาดเล็กจิ๋วมาใช้ฝังลงในช่องว่างของกระบอกวอยซ์คอยล์ในตัวขับเสียงกลาง/ต่ำไม่ได้

จนกระทั่งทาง NASA ได้มีการพัฒนาแม่เหล็กชนิดใหม่ขึ้นมาจากแร่ธาตุหายากในโลก “Neodymium/Iron/Boron” ที่ให้ค่าความเข้มเส้นแรงแม่เหล็กสูงกว่าแม่เหล็กธรรมดาทั่วไปถึง 10 เท่า KEF จึงนำมาใช้ทดแทนแม่เหล็กที่ใช้อยู่แต่เดิม โดยมีขนาดที่เล็กลงทว่ายังคงมีค่าความ เข้มเส้นแรงแม่เหล็กที่สูงมาก สามารถนำมาใช้เป็นระบบแม่เหล็กของทวีตเตอร์ฝังลงในช่องว่างของ กระบอกวอยซ์คอยล์ในตัวขับเสียงกลาง/ต่ำได้อย่างเหมาะสม

UNI-Q Speakers ของ KEF จึงเป็นจริงขึ้นมา และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาโดยตลอด จนเข้าสู่พัฒนาการในลำดับชั้นที่ 4 ซึ่งแน่นอนว่า KEF จะยังคงมีเทคโนโลยีที่รุดหน้ายิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ

 





 

XQ-10 Bookshelf Speaker

"KEF XQ 10 ลำโพงเสียงสะอาด ให้ความรู้สึกที่เต็มอิ่ม มีพลังที่สมจริงอ่อนหวาน หากคุณมีแอมปลิไฟร์และชุดเครื่องเสียงที่ดีในระดับมิดเอนด์ถึงไฮเอนด์ เป้าหมายที่จะมุ่งไปสู่เสียงที่สมดุล พร้อมๆ กับความหรูหรามีสไตล์ของลำโพง ก็คงต้องฟัง XQ 10 ลองดูสักครั้งแล้วจะได้ความรู้สึกที่ว่า... ไม่อยากลุกจากที่นั่งฟังนั้น มันเป็นไปได้อย่างไร..."

XQ-20 Bookshelf Speaker

ลำโพงไฮเอนด์ ที่นำเอาระบบตัวขับเสียง Uni-Q ขนาด 6.5 นิ้ว แบบไฮบริดไทเทเนียมที่ให้ความไวของเสียงกลางต่ำเป็นหนึ่งเดียวกับทวีตเตอร์แล้ว ยังได้ออกแบบระบบบังคับทิศทางเสียงแบบ "Crown waveguide" มาอยู่ด้านหน้าของทวีตเตอร์ขนาด 0.75 นิ้ว ให้เสียงเปิดโปร่งและนุ่มนวล ตัวตู้มีรูปทรงโค้งมน พร้อมด้วยชีลด์ป้องกันเส้นแรงแม่เหล็ก ลำโพงสองทางที่ใช้จุดตัดความถี่ที่ 2.4 kHz ให้การตอบสนองความถี่ที่ 52Hz – 55 kHz ความไวหรือประสิทธิภาพ 88 dB ต่อกำลังขับ 1 วัตต์

XQ-30 Floor Standing

KEF XQ Series โดยได้ถูกออกแบบอย่างหรูหรา และอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงที่สามารถสัมผัสได้ โดยรุ่นนี้ เป็นแบบ 3 ทาง ทรงทาวเวอร์เบสรีเฟล็กซ์ ใช้กรวย Uni-Q ใหม่ล่าสุด โดยที่อะลูมินั่มโดมขนาด 1 นิ้ว ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของมิดเรนจ์ (Titanium Coated) อุปกรณ์ในส่วนของวงจรเน็ตเวิร์กเป็นชนิดคุณภาพสูงเพื่อให้สมกับเป็นรุ่น Reference Series ตัวตู้ก็ออกแบบมาอย่างสวยงามและประณีต ตอบสนองความถี่ 48Hz-55kHz ด้วย Sensitivity: 87dB (@ 1W/1M) Impedance : 8 Ohms พร้อม Magnetic Shielding

XQ-40 Floor Standing

KEF XQ Series โดยได้ถูกออกแบบอย่างหรูหรา และอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงที่สามารถสัมผัสได้ เป็นแบบ 3 ทาง ทรงทาวเวอร์เบสรีเฟล็กซ์ ใช้กรวย Uni-Q ใหม่ล่าสุด โดยที่อะลูมินั่มโดมขนาด 1 นิ้ว ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกลางของมิดเรนจ์ (Titanium Coated) ขนาด 6-1/2 นิ้ว และใช้วูฟเฟอร์สองตัวขนาด 6-1/2 นิ้วเช่นกัน อุปกรณ์ในส่วนของวงจรเน็ตเวิร์กเป็นชนิดคุณภาพสูงเพื่อให้สมกับเป็นรุ่น Reference Series ตัวตู้ก็ออกแบบมาอย่างสวยงามและประณีต ตอบสนองความถี่ 45Hz-55kHz ด้วย Sensitivity : 90dB (@ 1W/1M) Impedance : 8 Ohms พร้อม Magnetic Shielding

XQ-50C Centre Speaker

KEF XQ Series โดยได้ถูกออกแบบอย่างหรูหรา และอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงที่สามารถสัมผัสได้ โดยรุ่นนี้ เป็นแบบ 3 ทาง ลำโพงเซ็นเตอร์ ใช้กรวย Uni-Q ใหม่ล่าสุด อุปกรณ์ในส่วนของวงจรเน็ตเวิร์กเป็นชนิดคุณภาพสูงเพื่อให้สมกับเป็นรุ่น XQ Series ตัวตู้ก็ออกแบบมาอย่างสวยงามและประณีต ตอบสนองความถี่ 65Hz-55kHz ด้วย Sensitivity: 86dB (@ 1W/1M) Impedance : 8 Ohms พร้อม Magnetic Shielding

XQ-60b Powered Subwoofer

KEF สัญชาติอังกฤษ ได้ผลิตซับวูฟเฟอร์อีกหนึ่งรุ่นเรือธง ซึ่งแน่นอนครับว่า สินค้าทุกชนิดย่อมมีการพัฒนา และสินค้าที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ ก็ต้องเป็นสินค้าที่มีการพัฒนาที่ดีขึ้น Kef ก็เช่นกัน Subwoofer ขนาด 12 นิ้ว โดย XQ60b นี้มีกำลังขับ Maximum อยู่ที่ 200 วัตต์ Class-D ปรับช่วงความถี่ได้ตั้งแต่ 26Hz - 140Hz หน่วยก้านดูบึกบึน แข็งแรง หรูหราเมื่อสัมผัสหรือมอง ติดตั้งง่ายพร้อมเทคโนโลยี SmartConnect™ ซึ่งไม่สนว่าห้องคุณจะขนาดไหน หนังหรือดนตรีอะไร XQ60b นี้ก็จะถ่ายทอดความสดใส ชัดเจน และพละกำลังที่ดีเยี่ยม รับรองว่าสร้างความประทับใจได้แน่นอนครับ "เสียงดี" ราคาก็ดีสมกับ Subwoofer ระดับนี้ครับ